อันดับ 4 พรีเมียร์ลีก หรือแชมป์ ยูโรปา ลีก?

ถ้าหากไม่เกิดเหตุ ''ก๊อดสิลล่า Vs. คิงคอง'' ขึ้นบนโลกเน่าๆของเราเสียก่อน พลพรรคภูติผีปีศาจแดงคงจะตะกุยผ่านเข้ารอบ 8 กลุ่มสุดท้าย ยูโรปา ลีก ได้สำเร็จ
นี่คือโทรฟี้ที่มีความจำเป็นระดับอ๋องเพียงรายการเดียวของยุโรปในที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังไม่เคยสัมผัสอย่าว่าแต่สัมผัสเลยขอรับ – ไม่เคยเฉียดฉิวเข้าใกล้ด้วย
ดูเหมือนถ้วยนี้ไม่ค่อยถูกชะตากับ แมนฯ ยูไนเต็ด สักเท่าไหร่ แถมโดยมากพวกเขามักดำเนินชีวิตอย่างหรูหราและก็มีเทือกเถาเหล่ากอกว่าบนทางสาย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกนานๆถึงจะลดตนเองลงมาเล่นในถ้วยนี้สักครั้ง ซึ่งโดยมากเป็นการถูกบังคับให้มาแบบไม่ค่อยเต็มใจก็แค่ฤดูนี้ ถ้วย "ยูโรปา ลีก" แปลงเป็นจุดมุ่งหมายลำดับต้นๆที่พลพรรคภูติผีปีศาจแดงจำต้องเอามาให้ต้องได้
นอกจากจะหมายคือเกียรติประวัติและก็การบรรลุเป้าหมาย มันอาจจะเป็นเพียงครั้งทางเดียวที่ช่วยทำให้พวกเขากลับเข้าสู่ทางสาย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อีกครั้ง
การกลับไปเล่นในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก จัดว่าสำคัญสำหรับ แมนฯ ยูไนเต็ด มากมายครับผม สำคัญทั้งในแบบ "รูปธรรม" และก็ "นามธรรม" เลยทีเดียว เพราะว่านอกจากจะเป็นแหล่งรายได้เป็นอย่างมาก – การได้มีส่วนร่วมในรายการนี้ไม่ได้แตกต่างจากพลังดึงดูดผู้เล่นระดับดาวดังให้มาร่วมกลุ่มอีกด้วยที่สำคัญคือการเบียดตนเองเข้ามาเป็น 1 ใน 4 ขั้นตอนแรกของตารางพรีเมียร์ลีกดูเหมือนเกิดเรื่องยากมากขึ้นเรื่อยๆทุกที
วันก่อนเพิ่งจะครบรอบ 100 วันที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ค้างที่อยู่ในอันดับ 6 ของตารางพรีเมียร์ลีก ว่าและล้อเลียนกันสนุกสนามตามสูตรสำเร็จของโลกโซเชี่ยลจริงๆคงจะทำบุญทำกุศลร้อยวันไปเลย – ไหนๆก็อยู่ในอันดับ 6 ครบ 100 วันแล้วนี่ 555
คะเนดูแล้ว ฤดูนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด น่าจะหนีอันดับ 6 ไม่พ้นแล้วล่ะ เพราะว่าจะว่าไปในฤดูนี้ พวกเขามีโอกาสสะบัดอันดับ 6 ของตัวเองทิ้งไม่ต่ำลงยิ่งกว่า 4-5 ครั้งเมื่อใดก็ตามโอกาสพุ่งเข้ามาหาก็มักมีอันจำต้องเกิดอะไรขึ้นสักอย่าง ยกตัวอย่างเกมล่าสุดที่เซิ้งกับ บอร์นมัธ ในบ้าน
เกมนั้นถ้าหากผู้ร่วมทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ เป็นฝ่ายมีชัยก็จะดีดอันดับ 6 ทิ้งไปได้อย่างแน่แท้อย่างต่ำๆ2 สัปดาห์ แม้กระนั้นจนแล้วจนรอดก็กลับแออัดยัดเยียดความพ่ายแพ้ให้แขกไม่ได้ ทั้งๆที่คู่แข่งเหลือผู้เล่น 10 แถม แมนฯ ยูไนเต็ด ได้จุดลูกโทษอีกต่างหากอีหรอบนี้คงจะถูกใครซักคนบนฟ้าแกล้งแล้วล่ะหรือไม่ก็น่าจะถูกสาบให้อยู่ในอันดับ 6 ตลอดกาลจวบจนกระทั่งจะจบฤดู แค่นี้ไม่พอการมีศึกอื่นๆรอบด้านนำมาซึ่งการทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ลงแข่งขันในพรีเมียร์ลีกล้าช้ากว่าคู่ขับเคี่ยวอย่าง ลิเวอร์พูล
เหตุการณ์ล่าสุด กลุ่มอันดับ 6 ของตารางอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด ถูกกลุ่มอันดับ 4 อย่าง ลิเวอร์พูล ทิ้งห่างไปเป็น 6 แต้มแล้ว แม้จะแข่งขันน้อยกว่า 2 นัดหมายก็ตามทีต่อยก่อนเป็นต่อครับผมคือตาม 6 แต้ม โดยแข่งขันน้อยกว่า 2 นัดหมาย มองผิวเผินเหมือนไม่เสียเปรียบอะไร – เพียงแค่ชนะ 2 นัดหมาย แต้มก็จะเสมอกันทันที
แต่ทว่ามันยังไม่เกิดขึ้นไงขอรับ และไม่มีอะไรมาค้ำประกันเหตุว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะชนะทั้ง 2 นัดหมายที่หลงเหลือ ผิดกับ ลิเวอร์พูล ที่ลงเล่นไปเรียบร้อย และก็นำอยู่ 6 แต้มคือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้ว

เปรียบเป็นจุดลูกโทษ ลิเวอร์พูล ก็สังหารไปก่อน 2 ลูก โดยเข้าไปตุงตาข่ายทั้ง 2 ลูก ตอนที่ แมนฯ ยูไนเต็ด มีโอกาสยิงคราวหลัง 2 ครั้ง แม้กระนั้นแม้กระทั่งเข้าทั้ง 2 ครั้งก็ทำได้เพียงแค่ตีเสมอ มิซ้ำยังบีบคั้นกว่าต่อไปนี้มาดูโปรแกรมที่คงเหลือของทั้ง 2 กลุ่มครับผม
ลิเวอร์พูล เหลือพบกลุ่มใหญ่ร่วมกันแค่เพียงนัดหมายเดียว คือบุกไปเยือน แมนฯ ซิตี้ ในวันอาทิตย์นี้ และมีศึกเมอร์ซี่ย์ไซด์ดาร์บี้อีกนัดหมาย นอกนั้นอีก 8 นัดหมายที่เหลือ มีแม้กระนั้นกลุ่มที่เล็กกว่า ขณะโปรแกรมที่เหลือของ แมนฯ ยูไนเต็ด จัดว่าหนักกว่าครับผม เพราะว่ายังจำต้องพบกลุ่มใหญ่อย่าง เชลซี, สเปอร์ส, อาร์เซน่อล รวมทั้งนัดหมายหลงเหลือกับ แมนฯ ซิตี้ แถมผลงานในการพบกลุ่มพิกัดใกล้เคียงกันไม่ค่อยโสภาสักเท่าไหร่ เพราะว่าเพิ่งจะเอาชนะได้เพียงแค่ "น้องไก่" กลุ่มเดียวในฤดูนี้
ดังนั้นการหวังว่าจะได้อันดับ 4 บนตารางพรีเมียร์ลีก และก็ได้แชมป์ ยูโรปา ลีก ด้วยดูเหมือนเป็นอะไรที่เกินกำลังไปสักนิดว่าแล้วคงจำต้องเลือกขอรับ เลือกไปทางใดทางหนึ่งแบบเต็มตัว เพราะว่ามันคงยากที่จะเก็บคุณไว้ทั้ง 2 ตัว เอ๊ย! 2 คน
พรีเมียร์ลีก เหลืออีก 11 นัดหมาย ตามหลังอันดับ 4 อย่าง ลิเวอร์พูล 6 แต้ม แข่งขันน้อยกว่า 2 นัดหมาย ประตู-ได้เสียเป็นรองอยู่ถึง 8 ประตู แปลว่าแม้กระทั่งชนะทั้ง 2 นัดหมายในเกมหลงเหลือ ถ้าหากคิดจะแซงหงส์แดงก็จำต้องชนะคู่แข่ง 2 นัดหมายรวมกันให้ได้มากยิ่งกว่า 8 ประตูและก็ไม่เพียงแค่ ลิเวอร์พูล ยังมีกลุ่มอันดับ 5 อย่าง อาร์เซน่อล ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด จำต้องฟาดฟันด้วย
อย่างนี้เบนเป้าไปที่ ยูโรปา ลีก เต็มตัวเลยดีมากยิ่งกว่า เพราะว่าถ้าหากเอาชนะ รอคอยสตอฟ ได้สำเร็จในเกมเมื่อคืนนี้วันพฤหัสฯ ถ้าหากจะไปให้ถึงตำแหน่งแชมป์ก็เหลืออีกเพียงแค่ 5 เกมแค่นั้น (2 เกมในรอบ 8 กลุ่ม + 2 เกมในรอบตัดเชือก + 1 เกมในนัดหมายชิงฯ)
ถ้าหากคิดจะเอาทั้ง 2 รายการ คืออันดับ 4 ด้วย แชมป์ ยูโรปา ลีก ด้วย นอกจากจะเกินกำลังแล้ว บางครั้งมันบางทีอาจดึงคุ้นเคยกระทั่งพุ่งชนความล้มเหลวทั้ง 2 รายการ…ก็…เป็น…ได้
ทางที่ดีพนันกับแชมป์ ยูโรปา ลีก ไปเลยดีมากยิ่งกว่า ว่าและเอาค้อนปอนด์มา "ทุบหม้อข้าว" ของตัวเองในพรีเมียร์ลีกทิ้งไปเลย!
คือไม่ต้องสนกับการฉกชิงอันดับ 4 อีกต่อไปพลางทำใจยอมรับอันดับ 6 ของตัวเองว่ามันก็น่ารักน่าเอ็นดูดีเหมือนกันนะ แล้วเน้นไปในทางสาย ยูโรปา ลีก เพียงรายการเดียว เปรียบการทุบหม้อข้าวตนเองทิ้ง เพื่อเข้าตีฐานทัพของศัตรู ถ้าแพ้ ถ้ายึดไม่ได้ก็จะไม่มีข้าวสวาปามส์ เพราะว่าตนเองทุบหม้อข้าวแตกหมดแล้ว ด้วยเหตุนั้นจำต้องเอาชนะศัตรูหรือคว้าแชมป์ให้ได้เพียงสถานเดียว
ย้อนกลับไปในปี 2005 ลิเวอร์พูล จากภูมิปัญญาของกุนซือหนวด – ราฟาเอล เบนิเตซ ก็เคยใช้วิธีนี้ครับผม คือทุบหม้อข้าวตนเองทิ้งไปเลย โดยจัดกลุ่มแบบไม่เต็มดูดในพรีเมียร์ลีก เพื่อเน้นหนักใน แชมเปี้ยนส์ ลีก เพียงอย่างเดียว (กระทั่งถูกสหายร่วมเมืองอย่าง เอฟเวอร์ตัน เอาอันดับ 4 ไปครอง)